ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้จักกับการออกแบบอินโฟกราฟิกส์ infographics design

     infographics คือการออกแบบโดยการใช้ภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหวหรือสัญลักษณ์แทนข้อความหรือข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการจะสื่อความหมายถึงข้อความหรือข้อมูลนั้นโดยภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหวหรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนจะมีรูปแบบที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยไม่ต้องมีผู้นำเสนอมาช่วยขยายความอีก
      infographics มาจากคำว่า information + graphics การนำเสนอข้อมูลแบบ infographics จะนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจยาก ข้อมูลที่ตัวอักษรเยอะๆ ในรูปแบบสร้างสรรค์เข้าใจได้ง่าย เช่น ภาพ ลายเส้น แผนภูมิ แผนที่ ฯลฯ สามารถสื่อข้อมูลนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน มีองค์ประกอบที่สำคัญ 
      ตัวอย่างการนำเสนอข้อมูลแบบ infographics
http://www.alychidesigns.com/30-templates-and-vector-kits-to-design-your-own-infographic
กระบวกการออกแบบดีไซน์ infographics โดย Hyperakt's Josh Smith 
1. รวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่จะนำเสนอโดยข้อมูลที่ดีควรเป็นข้อมูลดิบจากต้นฉบับและควรเก็บรวบรวมลิ้งค์ข้อมูลไว้ด้วย
2. การอ่านข้อมูลทั้งหมด การออกแบบอินโฟกราฟิกต้องมีทักษะในการจัดการข้อมูลและต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่สำคัญไม่ได้ถูกละเลยไป การอ่านข้อมูลทั้งหมดทำให้เห็นภาพรวมของประเด็นสำคัญๆ
3. การค้นหาวิธีการเล่าเรื่อง ควรจะมีการนำเสนอที่น่าสนใจ สามารถสร้างแรงดึงดูดแก่ผู้ที่มาชมได้ แต่ก็ยังสามารถขยายความของข้อมูลที่ซับซ้อนและสนับสนุนใจความสำคัญ
4. การระบุปัญหา เป็นการต้องสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่นำเสนอเป็นหัวข้อที่สนับสนุนหรือเป็นประเด็นที่เราต้องการจะนำเสนอ หาข้อสรุปเพื่อระบุถึงปัญหาและความต้องการของผู้ที่จะมาชม ปรับปรุงเรื่องราวให้มีเอกลักษณ์ตรงกับหัวข้อและหาวิธีการนำเสนออย่างถูกต้องและมีคุณค่า มีมุมมองและเห็นรายระเอียดของข้อมูลที่ชัดเจน
5. การสร้างลำดับ เป็นการทำให้ผู้ชมเก็นภาพรวมของสิ่งที่เราจะนำเสนอเป็นการส่งเสริมให้ผู้ชมเข้าถูงข้อมูลอย่างเป็นลำดับๆ 
6. การทำโครงร่าง เป็นการทำผลสรุปของการสร้างลำดับให้แก่ข้อมูลที่จะนำเสนอ
7. การเลือกรูปแบบ มีรูปแบบการนำเสนอมากมายเช่น กราฟ แผนผัง ตาราง ควรจะเลือกรูปแบบการนำเสนอให้มีความเหมาะสมกับข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอ
8. การกำหนดการแสดงผล การใช้ข้อมูลดิบมาจัดทำเป็นกราฟหรือแผนผังให้น่าสนใจ การใช้สี การใช้ลายเส้น การใช้ภาพในการเปรียบเทียบ เป็นการตกแต่งองค์ประกอบต่างๆ โดยมีเนื้อหาสนับสนุนสิ่งที่จะนำเสนอ
9. การตรวจสอบและทดสอบ ตรวจสอบรายละเอียดของสื่อที่จะนำเสนอเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานเสร็จออกมามีคุณภาพและทดลงให้กลุ่มตัวอย่างชมผลงานและสอบถามความเห็นว่าสามารถเข้าใจได้ง่ายหรือไม่โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเห็นข้อมูลดังกล่าวมาก่อนจะเป็นการดี
10. การเผยแพร่ไปทั่วโลก การแบ่งปันสื่อนำเสนอในอินเทอร์เน็ตจะเป็นการทดสอบและได้รับข้อคิดเห็ฯจากผู้คนมากมายและต่างมุมมองมากยิ่งขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Python: Chat bot &Text to Speech ภาษาไทย ด้วย gTTS

วันนี้จะมาแนะนำทุกๆ คนเกี่ยวกับ การเขียนโปรแกรมง่าย ๆ เพื่อให้คอมพิวเตอร์อ่านออกเสียงตามที่เราได้พิมพ์ให้ โดย ใช้ library คือ gTTS และ play sound จะมีวิธีการเขียนอย่างไร มาดูกันเลย เริ่มจากติดตั้ง package gTTS และ play sound ก่อน                                                                          pip install gTTS                                                                                pip install playsound                                                    ...

การทำ Performance Testing ด้วย Postman

Performance Test คืออะไร? Performance Test คือการทดสอบซอฟต์แวร์หรือระบบ เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานเมื่อมีภาระหรือโหลดต่างๆ เข้ามาในระบบ เช่น จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น, ปริมาณข้อมูลที่ถูกประมวลผล หรือความซับซ้อนในการทำงานของระบบ เหตุผลที่ต้องทำ Performance Test วัดความเร็วของระบบ (Speed) ช่วยให้ทราบว่าระบบสามารถตอบสนองต่อการร้องขอ (request) ได้เร็วเพียงใดในสภาวะการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมื่อมีผู้ใช้จำนวนน้อยหรือมาก ประเมินความเสถียร (Stability) ตรวจสอบว่าระบบสามารถทำงานได้ต่อเนื่องภายใต้การทำงานหนักหรือโหลดที่สูง เช่นในช่วงที่มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือในสถานการณ์ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ปรับปรุงประสิทธิภาพ (Optimization) ช่วยให้ระบุจุดอ่อนของระบบ เช่น API ที่ทำงานช้า หรือการใช้ทรัพยากรมากเกินไปในบางส่วน ซึ่งสามารถปรับปรุงได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานจริง (Real-World Readiness) การทดสอบช่วยให้เราทราบถึงการตอบสนองของระบบในสภาวะที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อปล่อยระบบให้ผู้ใช้ใช้งาน จะไม่เกิดปัญหาการโหลด...

การทำ Vulnerability Scanning ด้วย ZAP ( Zed Attack Proxy )

Vulnerability Scanning (การสแกนหาช่องโหว่) Vulnerability Scanning คือกระบวนการตรวจสอบระบบโดยอัตโนมัติเพื่อค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เช่น การตั้งค่าที่ผิดพลาด, ซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย หรือโค้ดที่อาจมีปัญหา ลักษณะของ Vulnerability Scanning ใช้ เครื่องมืออัตโนมัติ เช่น OWASP ZAP, Nessus, OpenVAS มุ่งเน้นการ ระบุช่องโหว่ที่มีอยู่ แต่ไม่ทำการโจมตีเพื่อทดสอบ มีการจัดอันดับความร้ายแรงของช่องโหว่ เช่น Low, Medium, High, Critical สามารถใช้ ทำซ้ำได้ง่าย และเหมาะสำหรับการตรวจสอบ Compliance (มาตรฐานความปลอดภัย) ตัวอย่างช่องโหว่ที่ตรวจพบ การตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย (Security Misconfigurations) การเปิดใช้โปรโตคอลที่ล้าสมัย เช่น TLS 1.0 ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดต ช่องโหว่ในโค้ด เช่น SQL Injection, XSS OWASP ZAP (Zed Attack Proxy) เป็นเครื่องมือโอเพนซอร์สที่ถูกพัฒนาโดย OWASP (Open Web Application Security Project) สำหรับการทำ Security Testing โดยเฉพาะการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ใน เว็บแอปพลิเคชัน โดย ZAP ทำหน้าที่เป็น Proxy Server ที่ดักจับและวิเคราะ...